การว เคราะห ข อสอบ ( Item Analysis )



Similar documents
โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

โดย ว ร ช คารวะพ ทยาก ล

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

ค ม อการใช งาน สาหร บคร ผ สอน,คร ท ปร กษา

หมวด ๒ การร บและการส งหน งส อ

รายงานผลการดาเน นการของรายว ชา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา คณะ... สาขาว ชา...

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

สอนโดย อาจารย อน นตพร วงศ ค า อาจารย ประจ าคณะบร หารธ รก จ สาขาว ชาการตลาด มหาว ทยาล ยเวสเท ร น จ งหว ดกาญจนบ ร

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

ระบบสารบรรณอ เล กทรอน กส

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ค ม อการใช งาน (ส าหร บผ จ ดก จกรรม) โครงการ พ ฒนาระบบบร หารจ ดการฐานข อม ล เคร อข ายผ ม ส วนได เส ยในการประกอบก จการพล งงาน

บทสร ปผ บร หาร การว เคราะห ประส ทธ ภาพการใช ห องเร ยนป การศ กษา

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

(ผ ขอร บการประเม นตามหล กเกณฑ น สามารถส งคาขอร บการประเม นพร อมเอกสารท เก ยวข องได ตลอดป รอบป ละ 1 คร ง)

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

บทท 4 ต วแบบการมอบหมายงาน (Assignment Model)

แผนการจ ดการความร สถาบ นการพลศ กษา ว ทยาเขตส โขท ย ประจ าป การศ กษา 2555

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

ระบบจ ดการข อม ลของโรงพยาบาลเพ อการพ ฒนาโดยว ธ เปร ยบเท ยบ Benchmarking & KPI Dictionary

เคร องม อการน เทศส งเกตการสอน ในการด าเน นการน เทศการสอนด วยว ธ การส งเกตการสอน ผ น เทศเม อปฏ บ ต การน เทศตามข นตอน การน เทศการสอนในแต ละข น จ าเป นต

รายละเอ ยดเน อหาว ชาและการจ ดการเวลาเร ยน

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการต ดตามผลการด าเน นงานตามแผนการจ ดการความร ประจ าป งบประมาณ 2553 (1 ต ลาคม ก นยายน 2553)

สารบ ญ หน า บทท 1 ความร ท วไปเก ยวก บบ ญช เพ อการจ ดการ

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

กรอบแนวค ดการประเม นผลการ ปฏ บ ต งาน

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

KingdomofThailand EDICTOFGOVERNMENT±

การว เคราะห ความแปรปรวน

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ค ม อการใช งาน ระบบจ ดส งรายช ออาจารย ผ สอนผ านเคร อข ายอ นเตอร เน ต

และจ ดเก บเอกสารให เป นระบบ

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

ส วนเจ าหน าท ผ บทท 1 ส าน กบร หารงานกลาง น าเข าข อม ล ท วไป จ งเล อนเง นเด อนน ก ไขข อม ลผลการ ดรอบการประ ม น 2. เล อกป งบประมาณ 1-1 โดย บร ษ ท

U S E R T R A I N I N G. A C C O U N T I N G W E B R e d e s ig n

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล

บทท 3 ระบบการแจ งข าวสารประชาส มพ นธ อ เล กทรอน กส

การใช โปรแกรมสำเร จร ป Excel ในการทดสอบแบบเอฟ และ ท

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

เค าโครงเร องท จะบรรยาย 1. คด ปกครองเก ยวก บส งแวดล อม 2. การกาหนดประเด น 3. การเตร ยมการก อนจ ดทาความเห น 4. เทคน คในการเข ยนความเห น 5.

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

การประเม นผล เป าหมายและแผนการจ ดการความร คณะบร หารธ รก จ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลพระนคร ป งบประมาณ 2557

เคร องม อช ดท ๕ ด านท กษะในการว เคราะห เช งต วเลข การส อสารและเทคโนโลย สารสนเทศ

แนวปฏ บ ต การแข งข นท กษะว ชาการ งานศ ลปห ตถกรรมน กเร ยน คร งท 62 ป การศ กษา

โครงการให การศ กษาอบรมคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ หล กส ตร การพ ฒนาศ กยภาพคณะกรรมการด าเน นการสหกรณ ข นพ นฐาน

ค ม อการใช งานระบบ รายงานการต ดตามความพ งพอใจล กค า ภายหล งส งมอบรถใหม 3 ว น ออนไลน (Courtesy call online)

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การแก ไขข อม ลอ ตราใน ท าเน ยบก าล งพลอ เล กทรอน กส ปร บปร ง เม อ 12 ก.ย. 57

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

มหาว ทยาล ยคร สเต ยน แบบประมวลรายว ชา

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ท างานก บข อม ล การเล อนต าแหน ง

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

ข อ ๓ การขออน ญาตน าเข าว ตถ อ นตราย ให ย นหน งส อขออน ญาตน าเข าตามแบบ วอ./อก.๑๒

แผนปฏ บ ต การประจ าป บ ญช ๒๕๕๘ ต.ค. ๕๗- ก.ย. ๕๘

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง )

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

คร จ งหว ด ศร สล บ แผนกว ชาคอมพ วเตอร ธ รก จ

Transcription:

การว เคราะห ข อสอบ ( Item Analysis ) เร ยบเร ยงโดย พ.ท.หญ ง ปวรส บ ตะเข ยว การว เคราะห ข อสอบ เป นการตรวจสอบค ณภาพของข อสอบเป นรายข อ เพ อพ จารณาว า ข อสอบแต ละข อน น ม ระด บความยากหร อค าความง าย ( Difficulty index or Easiness ) และค า อ านาจจ าแนกของข อสอบ ( Disciminant index ) เพ ยงใด รวมท งพ จารณาถ งประส ทธ ภาพของ ต วลวงในข อเล อกตอบของข อสอบข อน นด วย ผลการว เคราะห จะท าให ทราบว าข อสอบแต ละข อม ความเหมาะสมมากน อยเพ ยงใด ข อสอบท ม ค ณภาพจะสามารถน าไปว ดและประเม นผลได อย าง เท ยงตรงและเช อม นได ข อสอบท จะว เคราะห ค ณภาพรายข อ ล กษณะข อสอบจะเป นแบบเล อกตอบ แบบถ ก ผ ด หร อแบบเต มค าส น ๆ ก ได แต ต องม ร ปแบบเด ยวก นท งฉบ บ ซ งม ว ธ ว เคราะห 2 แบบ ค อ 1. การว เคราะห ข อสอบแบบเล อกตอบแบบอ งกล ม เป นการว เ คราะห ข อสอบท ใช ผลการสอบไปประเม นแบบอ งกล ม โดยน าความแตกต าง ระหว างบ คคลมาเป นแนวค ดในการประเม นผล การว เคราะห ข อสอบแบบอ งกล มน จ งเป นการ ว เคราะห โดยน าผลคะแนนของผ เร ยนแต ละคนไปเปร ยบเท ยบก บผลคะแนนของผ เร ยนคนอ น ๆ ใน กล มเด ยวก น เพ อจ าแนกคนท เร ยนเก งออกจากคนท เร ยนอ อน ด ชน บ งช ค ณภาพของข อสอบส าหร บแบบสอบอ งกล ม ได แก ระด บความยากง าย ( p ) และอ านาจจ าแนก ( r ) ซ งข อสอบท ด น น นอกจากจะต องม ระด บความยากง ายพอเหมาะแล ว จะต องม อ านาจการจ าแนกท ด ด วย 1.1 ระด บความยากง าย ( p ) หมายถ ง ส ดส วนของจ านวนผ ท ตอบข อสอบได ถ กต อง ต อจ านวนผ ท ตอบข อสอบท งหมด หร อหมายถ งจ านวนร อยละของผ ตอบข อสอบน น ๆ ถ ก ต วอย างเช น ค า p = 0.30 แสดงว า จ านวนผ ตอบ 100 คน ม ผ ท ตอบข อน น ๆ ถ ก 30 คน ค าความยากง ายจะม ค าระหว าง 0 ถ ง 1.00 ในการพ จารณาค าความยากง ายน น ถ าข อสอบม ค าความยากง ายส ง เช น p = 0.95 แสดงว า ม ผ ตอบถ กจ านวนมาก จ งถ อว าเป นข อสอบท ง าย แต ในทางกล บก น ถ าข อสอบม ผ ตอบ ถ กน อย เช น p = 0.15 แสดงว า เป นข อสอบท ยาก ข อสอบท ด จะม ระด บความยากง าย เท าก บ 0.5 ซ งจะท าให เก ดค าอ านาจการจ าแนก ส งส ดและม ความเท ยงส ง อย างไรก ตามในการสอบว ดความร ผลการเร ยนโดยท วไป ม กน ยมให ม ข อสอบท ม ระด บความยากง ายในระด บต าง ๆ ปะปนก นไป โดยจ ดให ม ข อสอบม ค าความยากง าย

พอเหมาะ ( p ม ค าใกล เค ยง 0.5 ) เป นส วนใหญ รวมท งให ม ข อสอบท ค อนข างยากและค อนข าง ง ายอ กจ านวนหน ง แต ถ าเป นการสอบแข งข นเพ อค ดเล อกผ ท ม ความร ความสามารถควรม ส ดส วน ของข อสอบท ยากส งข น ท งน ข อสอบท ด ควรม ค าความยากง ายระหว าง 0.20 0.80 ในข อสอบ ประเภท 4 ต วเล อก ส วนข อสอบประเภทถ ก ผ ด ค าความยากง าย ควรอย ระหว าง 0.60-0.95 ( Nunnally, 1967. อ างถ งใน เยาวด รางช ยก ล ว บ ลย ศร, 2552, หน า 144-145 ) เกณฑ การแปลความหมายค าความยากง าย ( p ) ของข อสอบ ( ล วน สายยศ และ อ งคณา สายยศ, 2543, หน า 185 ) ความยากง ายของข อสอบ ( p ) ความหมาย 0.81-1.00 ง ายมาก ( ควรปร บปร งหร อต ดท ง ) 0.60-0.80 ค อนข างง าย ( ด ) 0.40-0.59 ยากพอเหมาะ ( ด มาก ) 0.20-0.39 ค อนข างยาก ( ด ) 0-0.19 ยากมาก ( ควรปร บปร งหร อต ดท ง ) 1.2 อ านาจจ าแนก ( r ) หมายถ ง ความสามารถของข อสอบในการจ าแนกหร อแยกให เห นความแตกต างระหว างผ สอบท ม ผลส มฤทธ ต างก น เพ อท จะใช พยากรณ หร อบ งช ความแตกต าง ท เห นช ดในด านความสามารถ เช น จ าแนกคนเก งก บคนอ อนจากก นได โดยถ อว าคนเก งควรท า ข อสอบข อน นได ส วนผ ท อ อนไม ควรท าข อสอบข อน นได อ านาจจ าแนกของข อสอบ จะม ค า ต งแต - 1 ถ ง + 1 ค าอ านาจจ าแนกท ด ควรม ค าต งแต 0.2 ข นไป กรณ ท ค า r ต ดลบ แสดงว า ข อสอบข อน นจ าแนกกล บ คนเก งท าไม ได แต คนอ อน ท าได ถ อว าเป นข อสอบท ไม ด ควรต ดท ง นอกจากน อาจารย ผ สอนควรตรวจสอบการจ ดการเร ยน สอนของตน ว าเพราะเหต ใดผ ท เร ยนเก งจ งไม เข าใจในเร องท สอน เกณฑ การแปลความหมายค าอ านาจจ าแนก ( r ) ของข อสอบ อ านาจจ าแนกของข อสอบ ( r ) ความหมาย 0.60-1.00 อ านาจจ าแนกด มาก 0.40-0.59 อ านาจจ าแนกด 0.20-0.39 อ านาจจ าแนกพอใช 0.10-0.19 อ านาจจ าแนกต า (ควรปร บปร งหร อต ดท ง ) -1.00-0.09 อ านาจจ าแนกต ามาก ( ควรปร บปร งหร อ ต ดท ง ) 2

ประส ทธ ภาพของต วลวง 1. ส ดส วนของผ ท เล อกต วลวง ( P w ) หมายถ ง ส ดส วนของจ านวนคนท เล อกต วลวง น น ๆ เช น ข อสอบข อหน งม คนสอบ 100 คน ม คนเล อกต วลวง ก. 25 คน แสดงว า ส ดส วน ผ เล อกต วลวง ก. = 0.25 หร อ 25% P w จะม ค า 0 ถ ง 1 ต วลวงท ด ควรม ค า P w ต งแต 0.05 ข นไป 2. อ านาจจ าแนกของต วลวง ( r w ) หมายถ ง ผลต างระหว างส ดส วนของคนในกล ม อ อนท เล อกต วลวงก บส ดส วนของคนในกล มเก งท เล อกต วลวงน น ๆ r w ม ค าต งแต -1 ถ ง 1 ต วลวงท ด ควรม ค า r w ต งแต 0.05 ข นไป การเล อกข อสอบจากผลการว เคราะห ข อสอบ เม อว เคราะห ข อสอบได ค าความยากง ายและอ านาจการจ าแนกแล ว ควรน ามาจ ดท า กราฟ ซ งจะแสดงการกระจายของข อสอบและช ให เห นว า ข อสอบข อใดบ างท อย ในเกณฑ ใช ได หร อใช ไม ได ต วอย าง : กราฟแสดงการกระจายของข อสอบตามผลการว เคราะห ข อสอบ ระด บความยาก ( p ) 1.00 0.8 ง ายเก นไป จ าแนกต า ง ายเก นไป แต จ าแนกได 3 0.6 0.4 ยากง ายพอเหมาะ แต จ าแนกได ต า เป นข อสอบท ใช ได 0.2 ยากเก นไป จ าแนกต า ยากเก นไป แต จ าแนกได 0 0.2 0.4 0.6 0.8 1.00 อ านาจจ าแนก

4 2. การว เคราะห ข อสอบแบบเล อกตอบแบบอ งเกณฑ การว เคราะห ข อสอบแบบอ งเกณฑ ม จ ดม งหมายเพ อด ว าผ เร ยนม ความร ความสามารถ อะไรบ าง หร อผลท เก ดจากการเร ยนการสอนตามเกณฑ หร อมาตรฐานท ต งไว เพ ยงใด มากกว าท จะ เปร ยบเท ยบก บกล มว าใครเก งกว าใคร เน องจากการว เคราะห ข อสอบแบบอ งเกณฑ เก ยวข องก บ ประส ทธ ภาพในการว ดผลของการจ ดการเร ยนการสอนโดยตรง ถ าหากอาจารย ใช ข อสอบช ด เด ยวก นทดสอบก อนเร ยน ( Pre Test ) และหล งเร ยน ( Post Test ) ข อสอบอ งเกณฑ ท ม ประส ทธ ภาพ ควรต งอย บนสมมต ฐานท ว า กระบวนการเร ยนการสอนจะส งผลโดยตรงต อการ เร ยนร ของผ เร ยน เม อการเร ยนการสอนส นส ดลง ควรม ผ ตอบถ กมากกว าก อนเร ยน จ งเก ดแนวค ด ของด ชน ความไวของผลการเร ยนการสอนเก ดข น ด ชน บ งช ค ณภาพของข อสอบส าหร บแบบสอบอ งเกณฑ ได แก ความสอดคล อง ระหว างข อสอบก บจ ดม งหมาย ( Item Objective Congruence : IOC ) ความยากของข อสอบ ( Item Difficulty : P i ) และอ านาจจ าแนกหร อด ชน ความไว ( Sensitivity Index : S i ) 2.1 ความสอดคล องระหว างข อสอบก บจ ดม งหมาย ( IOC ) หมายถ ง ล กษณะของ ข อสอบท เป นต วแทนของจ ดม งหมายการเร ยนร ท ก าหนดไว ว ธ การว ดความสอดคล องสามารถ ท าได โดยอาศ ยการต ดส นของผ ทรงค ณว ฒ ไม ต ากว า 3 คน เป นผ พ จารณา เช น ให ผ ทรงค ณว ฒ ประเม นค าความสอดคล องของข อสอบแต ละข อก บจ ดม งหมายการเร ยนร ท ม งว ดโดยใช มาตราส วน แบบประเม นค า 5 ระด บ ( Likert Scale ) แล วน ามาค านวณหาค าเฉล ย ถ าค าเฉล ย ( ) 4.00 จะถ อว าสอดคล อง หร อถ าใช แบบประเม นค า 3 ระด บ จะถ อว าข อสอบน นสอดคล องก บ จ ดม งหมายเม อ 80% 2.2 ความยากของข อสอบ ( Item Difficulty : P i ) หมายถ ง ส ดส วนของผ ตอบ ข อสอบข อน น ๆ ได ถ กต อง โดยพ จารณาจากกล มท ได เร ยนเร องน นมาแล ว ก บกล มท ไม ได เร ยน เร องน น ข อสอบท ง ายส าหร บกล มท เคยเร ยน สามารถเป นข อสอบอ งเกณฑ ท ด ได เพราะอาจารย ผ สอนสามารถจ ดการเร ยนการสอนให ผ เร ยนส วนใหญ เก ดการเร ยนร และท าข อสอบได หร ออาจเป น เพราะข อสอบง ายเก นไป จ งท าให ผ เร ยนตอบถ กจากความร เด มโดยไม ได เร ยนร เพ มเต ม ค า P i จะ อย ระหว าง 0 ถ ง 1 ด งน น การว เคราะห ข อสอบอ งเกณฑ จ งจ าเป นต องตรวจสอบว า ก อนเร ยนม ส ดส วน ของค าตอบถ กมากน อยเพ ยงใดเพ อน าผลมาเปร ยบเท ยบก นตอนหล งเร ยน การว เคราะห ข อสอบแบบอ งเกณฑ จะพ จารณาค าความยากของข อสอบแตกต างจาก แบบอ งกล ม เน องจากไม ได เน นท จะน าค าความยากง ายมาเพ อเล อกข อสอบ แต จะเน นท ค ณภาพใน การสอน กล าวค อ ถ าอาจารย ย งไม ได สอนเน อหาน น ข อสอบควรจะยาก ค อ ม ค า P i ต า แต ถ า

ได สอนแล วและสอนอย างม ประส ทธ ภาพส งผลให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร ข อสอบควรจะง าย ค อ ม ค า P i ส ง ล กษณะข อสอบอ งเกณฑ ท ด ควรม ค าความยากของข อสอบ ด งน ( ศ ร ช ย กาณจนวาส, 2552 หน า 243 ) กล มผ เร ยน ความยากของข อสอบ ( P i ) 1. กล มท เคยเร ยนมาแล ว - ควรม ค า P i ส ง ( 0.70-1.00 ) - ถ า P i < 0.70 ควรปร บปร งหร อต ดท ง 2. กล มท ย งไม เคยเร ยน - ควรม ค า P i ต า ( 0-0.5 ) - ถ า P i > 0.5 แสดงว า ข อสอบง ายเก นไป ( ควรปร บปร งหร อต ดท ง ) 2.3 อ านาจจ าแนกหร อด ชน ความไว ( Sensitivity Index : S i ) หมายถ ง ผลต าง ระหว างส ดส วนของผ ท ตอบถ กหล งเร ยน ก บส ดส วนผ ท ตอบถ กก อนเร ยน S i ม ค าระหว าง -1 ถ ง 1 ค า S i ควรม ค าเป นบวก ย งเข าใกล 1 ย งม ความไว ซ ง แสดงว าข อสอบข อน นสามารถจ าแนกผ รอบร จากผ ไม รอบร ได ด และสามารถจ าแนกการสอนได อย างม ประส ทธ ภาพ ด งน น อ านาจจ าแนกหร อด ชน ความไวของข อสอบ ( S i ) ควรม ค า > 0 ล กษณะข อสอบอ งเกณฑ ท สามารถจ าแนกการสอนได อย างม ประส ทธ ภาพ ควรม ค า S i ด งน ( พ ช ต ฤทธ จร ญ, 2552, หน า 145 ) อ านาจจ าแนกหร อด ชน ความไวของข อสอบ ( S i ) - ต งแต 0.40 ข นไป ซ งค า S i น จะแตกต างจากค าอ านาจจ าแนก ( r ) ของข อสอบแบบอ งกล ม ค อ ค า อ านาจจ าแนก ( r ) ของข อสอบแบบอ งกล ม เป นด ชน ท ช ให เห นว า สามารถจ าแนกคนท ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนส งและต าได มากน อยเพ ยงใด ข อจ าก ดของด ชน ความไว 1. ต องสอบ 2 คร ง ค อ ก อนเร ยนและหล งเร ยน จ งจะค านวณค าได 2. S i ท ม ค าต าหร อม ค าเป นลบ อาจเป นผลจากข อสอบหร อการจ ดการเร ยนการสอน ไม ม ประส ทธ ภาพ 3. กรณ ท ม ระยะห างระหว างการสอบคร งแรกและคร งท 2 ใกล ก น ค าตอบหร อ คะแนนคร งหล งอาจได ร บอ ทธ พลจากการสอบคร งแรกได 5

ประส ทธ ภาพของต วลวง เม อสร างข อสอบอ งเกณฑ แบบหลายค วเล อก ( Multiple Choices ) ผ ท เล อกต วลวง ถ อว า ตอบผ ด ซ งแสดงให เห นว า ผ น นย งไม ส มฤทธ ผลตามเป าหมายของ การว ด ในการว เคราะห ประส ทธ ภาพต วลวงท าโดยการตรวจสอบความถ ของผ ท เล อกต วลวงน น ๆ และควรด จากผลการสอบก อนเร ยน ( Pre Test ) ถ าต วลวงใดม ผ เล อกในส ดส วนท ส ง ถ อว าเป น ต วลวงท ใช ได แต ถ าต วลวงใดม ผ เล อกน อย แสดงว าต วลวงน นขาดประส ทธ ภาพ สมควรท จะต อง ม การปร บปร งแก ไขให ด ข น ( ศ ร ช ย กาญจนวาส, 2552 หน า 241 ) และต วลวงท จ ดว าเป นต วลวง ท ด น น ผ ท เร ยนอ อนควรจะเล อกตอบมากกว าผ ท ม ผลการเร ยนด ประโยชน ของการว เคราะห ข อสอบ 1. ท าให ทราบข อม ลพ นฐานของต วข อสอบและค าตอบ รวมถ งข อสอบแต ละข อได ท า หน าท ว ดผลส มฤทธ อย างม ค ณภาพเพ ยงใด 2. ช ให เห นถ งจ ดอ อนท ผ สอนหร อผ เร ยนต องปร บปร งแก ไข เพ อพ ฒนาความสามารถ และท กษะของผ เร ยนให เป นตามท คาดหว ง 3. เป นพ นฐานส าค ญในการปร บปร งพ ฒนาการเร ยนการสอน โดยเฉพาะอย างย งด าน พฤต กรรมการเร ยนร ท เหมาะสมส าหร บเน อหาว ชาน น ๆ 4. ช วยเพ มท กษะในการสร างข อสอบ ท าให ทราบถ งอ านาจการจ าแนก ระด บความยาก ง าย ประส ทธ ภาพของต วลวง ตลอดจนการเข ยนข อสอบในล กษณะใดจ งจะได ข อสอบท ด 5. ท าให สามารถค ดเล อกข อสอบท ม ค ณภาพมารวมเป นฉบ บข อสอบท ด สามารถจ ดท า ข อสอบค ขนานและเป นรากฐานส าค ญในการพ ฒนาแบบสอบมาตรฐาน 6 บทสร ป ข อสอบท ด ควรม ค าความยากง ายท เหมาะสมและม อ านาจจ าแนกส ง ค าเฉล ยความยากง าย ของข อสอบท งฉบ บ ควรม ค าประมาณ 0.50 แต อย างไรก ตามในการค ดเล อกข อสอบจะต อง ค าน งถ งความสมด ลระหว างข อสอบท ม สถ ต เหมาะสมก บข อสอบท ว ดครอบคล มจ ดประสงค และ เน อหาท ต องการด วย บางคร งอาจม ความจ าเป นท จะต องใช ข อสอบท ม อ านาจการจ าแนกไม ส งน ก เพ อให ม ข อสอบท ว ดครอบคล มเน อหาท ต องการ 1. การว เคราะห ข อสอบแบบเล อกตอบแบบอ งกล ม - ระด บความยากง าย ( p ) ถ าค า p ย งมากข อสอบข อน นจะง ายและค า p ย งน อย ข อสอบ น นจะยาก ท งน ข อสอบท ด ควรม ค า p ระหว าง 0.20-0.80

7 - อ านาจการจ าแนก( r ) เป นการจ าแนกผ เร ยนออกจากก นตามระด บความร ความสามารถ ค า r ควรม ค าต งแต 0.20 ข นไป 2. การว เคราะห ข อสอบแบบเล อกตอบแบบอ งเกณฑ โดยการตรวจสอบค าด ชน ความไว ( S i ) ของผลการเร ยน จะช วยสะท อนให เห นถ งความสามารถก อนเร ยนก บผลการเร ยนร หล งการ เร ยนการสอนแล ว ข อสอบท ด ควรม S i ต งแต 0.40 ข นไป ผลการว เคราะห ข อสอบ ถ าพบว า ข อสอบไม ม ค ณภาพควรกล บมาพ จารณาว า เก ดจาก สาเหต ใด ข อค าถามไม ม ความเป นปรน ยหร อไม รวมท งต องพ จารณาท ต วเล อกด วยว า เป นไปตาม หล กการเข ยนข อสอบท ด หร อไม และด าเน นการปร บปร งข อสอบ รวมท งน าไป Try out อ กคร ง เพ อว เคราะห ประส ทธ ภาพของข อสอบต อไป ************************************************************** เอกสารอ างอ ง พ ช ต ฤทธ จร ญ. ( 2552 ). หล กการว ดและประเม นผลการศ กษา. ( พ มพ คร งท 5 ). กร งเทพฯ : เฮาส ออฟ เคอร ม สจ าก ด. เยาวด รางช ยก ล ว บ ลย ศร. ( 2552 ). การว ดผลและการสร างแบบสอบผลส มฤทธ. ( พ มพ คร งท 8 ). กร งเทพฯ : โรงพ มพ แห งจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย. ล วน สายยศ และ อ งคณา สายยศ. ( 2543 ). เทคน คการว ดผลการเร ยนร. ( พ มพ คร งท 2 ). กร งเทพฯ : ส ว ร ยาสาส น. ศ ร ช ย กาญจนวาส. ( 2552 ). ทฤษฎ การทดสอบแบบด งเด ม ( Classical Test Theory ). ( พ มพ คร งท 6 ). กร งเทพฯ : โรงพ มพ แห งจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย.